มีข้อมูลจาก น.พ.นิโคลัส เพอริโคน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและผู้แต่งหนังสือ The Wrinkle Cure บอกไว้ว่า จำนวนผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งผิวหนังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จากสถิติเมื่อก่อน 1 ใน 10000 คน ปัจจุบัน พบเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 93 คน
สาเหตุ ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ส่วนหนึ่งก็คงจะเป็นเพราะอุณหภูมิของโลกที่สูงมากขึ้นทุกๆ วัน จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก รังสีอัลตราไวโอเล็ตทั้ง UVA และ UVB สามารถผ่านมากระทบกับผิวหนังเรามากขึ้น เหตุก็เนื่องมาจากชั้นโอโซนถูกทำลายไปมาก
แล้วเราจะสามารถป้องกันให้ผิวเราปลอดภัยจากโรคมะเร็งผิวหนังได้อย่างไร ผมมีวิธีครับ
หลาย คนอยากมีผิวสวยใส ไร้ที่ติ ใบหน้าขาวผ่องเป็นยองใย ก็เลยสรรหาผลิตภัณฑ์ที่จะเป็นตัวช่วยให้ผิวหน้าขาวขึ้น แต่ทราบไหมว่าผลิตภัณฑ์ไวเทนนิ่งพวกนี้จะเข้าไปหยุดการทำงานของเมลาโนไซด์ ทำให้ผิวหนังของเราบางลง เมื่อเราไปถูกแสงแดดกระทบนานๆ เข้า แม้จะแค่ครั้งหรือสองครั้งก็ตาม ก็มีสิทธิ์ที่จะทำให้มีแนวโน้มของการเกิดมะเร็งผิวหนังได้
อาหาร เสริมมีส่วนช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันรังสีอัลตราไวโอเล็ตมากขึ้น อย่างเช่น เบต้าแคโรทีน สามารถทำให้ผิวพรรณผ่องใส มีสารป้องกันอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง เพราะสารแคโรทีนอยด์จะไปสะสมที่ผิวหนังทำให้สามารถป้องกันรังสีอัลตราไวโอ เล็ตได้มากกว่าเดิม หรือจะเป็นวิตามินซีก็มีส่วนช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ต่อต้านอนุมูลอิสระ และยังส่งเสริมให้ร่างกายนำเอาวิตามินอีไปใช้เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ ทรงประสิทธิภาพอีกด้วย
ทราบ กันดีอยู่แล้วว่า สารเคมีต่างๆ ที่ตกค้างตามผิวหนัง ล้วนมีโอกาสที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ ดังนั้นเราควรจะหลีกเลี่ยงให้พ้นสารเคมีเหล่านี้ แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องเกี่ยวข้องกับสารเคมี ก็ควรที่จะมีการป้องกันด้วยเสื้อผ้าที่ปิดมิดชิด
การ อยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานานๆ จะทำให้ผิวหนังของเราเกิดอาการถูกแดดเผา และผู้ที่ถูกแสงแดดเป็นประจำ อาจจะมีผลทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังชนิดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดฝ้าแดดและมะเร็งที่ผิวหนัง ดังนั้นเราควรที่จะหลีกเลี่ยงการออกแดด โดยเฉพาะในเวลาตอนกลางวัน
หาก จำเป็นที่จะต้องออกไปข้างนอก รังสี UVA และ UVB ที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน อาจจะส่งผลให้ผิวหนังเราไหม้ได้ ดังนั้น จึงควรที่ปกป้องผิวหนังด้วยครีมกันแดด ยิ่งปัจจุบัน ครีมกันแดดก็ไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนเมื่อก่อนจึงไม่มีเหตุผลที่จะไม่ใช้ ครีมกันแดด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น